News

เคล็ดไม่ลับสำหรับการควบคุมต้นทุนการผลิต ด้วยการอนุรักษ์พลังงานลมและไฟฟ้าในโรงงาน

Posted by Supatcha Swangchaeng on

แม้ภาพรวมในด้านอุตสาหกรรมในไทยปี 2563 จะหดตัวลงเนื่องมาจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าอุตสาหกรรมไทยเติบโตมาอย่างต่อเนื่องในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา หลายโรงงานได้ปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มเหล่านี้ด้วยการเพิ่มเครื่องจักรหรือหุ่นยนต์เพื่อผลิตสินค้าให้เท่ากับหรือมากกว่าความต้องการของผู้บริโภค  (ref:http://www.oie.go.th/assets/portals/1/fileups/2/files/Industry%20conditions/annual2020trends2021.pdf // https://www.bot.or.th/Thai/MonetaryPolicy/ArticleAndResearch/FAQ/FAQ_165.pdf ) เมื่อเครื่องจักรหรือหุ่นยนต์มีจำนวนเพิ่มขึ้น โรงงานจึงจำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าและพลังงานลมมากขึ้น และเนื่องจากสัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับปั๊มลมซึ่งกินค่าไฟทั้งหมดถึง 20-25%  การเปลี่ยนแปลงและตรวจวัดพลังงานไฟฟ้าให้อยู่ในรูปแบบที่จับต้องได้โดยการใช้ Air Flow Sensor นั้นจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้สามารถประหยัดพลังงานภายในโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ   Air Flow Sensor คืออะไร ? Air Flow sensor คือเซนเซอร์ช่วยตรวจวัดลม โดยตัวเซนเซอร์สามารถตรวจหาปริมาณลมรั่ว ตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของปั๊มลม และบริหารจัดการแรงดันและอัตราไหลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ ข้อดีของ Air Flow Sensor หรือ เซนเซอร์ช่วยตรวจวัดลมมีอะไรบ้าง? เมื่อทราบถึงปริมาตรการใช้งานการใช้ไฟฟ้าจากประสิทธิภาพโดยรวมของปั๊มลม ก็จะสามารถนำไปปรับปรุงวิธีการใช้งานปั๊มลมได้ สามารถจัดการซ่อมแซมปั๊มลมได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ โดยนำข้อมูลที่ได้จากเซนเซอร์มาทำการวิเคราะห์การทำงานของปั๊มลม ป้องกันการใช้พลังงงานลมเกินจำเป็นจากปัญหาลมรั่วในระบบ ทำให้ประหยัดค่าไฟมากขึ้น ส่วนขอด้อยของ Air Flow Sensor ที่อาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องราคาในการลงทุนเริ่มติดตั้งที่ค่อนข้างสูง รวมถึงการจะติดตั้งตัวเซนเซอร์เข้าไปอาจจะใช้เวลาในการดำเนินการค่อนข้างนานเนื่องจากต้องตัดท่อลมเพื่อติดตั้ง อาจจะเหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการให้เห็นผลในระยะยาวมากกว่า จากที่กล่าวมาข้างต้นถือเป็นคุณสมบัติทั่วไปของเซนเซอร์ช่วยตรวจวัดลม แต่หากต้องการตรวจวัดลมให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด เซนเซอร์ตรวจวัดที่ใช้คลื่นอัลตราโซนิคนั้นถือว่าตอบโจทย์เป็นอย่างมาก เซนเซอร์ช่วยตรวจวัดลมที่ใช้คลื่นอัลตราโซนิค หรือ Ultrasonic Flowmeter for Air ATZTA TRX/Z ของบริษัท Aichi Tokei Denki ถือเป็นนวัตกรรมที่เป็นที่รู้จักและนิยมในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมประเทศญี่ปุ่นมาเป็นเวลานาน ในแง่ของประสิทธิภาพ และผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้งาน ข้อดีของ Ultrasonic Flowmeter for Air ATZTA TRX 1. ตรวจวัดลมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เซนเซอร์ตรวจวัดลมทั่วไปมีลักษณะช่วงตรวจวัดที่แคบ ทำให้มีจุดบอดในช่วงอัตราการไหลบางช่วง แต่วิธีตรวจวัดด้วยคลื่นอัลตราโซนิคให้ช่วงตรวจวัดที่กว้างกว่า นอกจากนี้เซนเซอร์ยังมีคุณสมบัติที่ทนทานต่อฝุ่น ละออง ความชื้น และคราบน้ำมันในระบบท่อได้มากกว่า   2. มีความแม่นยำที่สูงกว่ามิเตอร์ตรวจวัดประเภทอื่น ATZTA TRX/Z ให้ผลลัพธ์การตรวจวัดที่เสถียรและแม่นยำแม้ในช่วงอัตราไหลต่ำ 3. ระบบตรวจวัดแบบ 2 ทิศทาง สามารถตั้งค่าการตรวจวัดและแสดงผลได้แบบ 2 ทิศทางทั้งแบบไปข้างหน้าและย้อนกลับ เพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลายของระบบท่อลม ทั้งระบบทางเดียวและระบบไหลแบบท่อวน 4. การสูญเสียความดัน...

Read more →

Cloud Service และการประยุกต์ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ IoT

Posted by Supatcha Swangchaeng on

    Cloud คือพื้นที่สำหรับให้บริการ จัดเก็บ ดำเนินการ และจัดการข้อมูลต่างๆ โดยจะให้บริการผ่านอินเตอร์เน็ต ในปัจจุบันมีผู้ให้บริการ Cloud อยู่เป็นจำนวนมาก โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้งานตามความต้องการได้อย่างสะดวกสบาย ข้อแตกต่างของ Cloud ที่แตกต่างจาก server หรือ storage แบบเดิมที่เคยใช้กันคือเราสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่งโดยเฉพาะ เพียงแค่อุปกรณ์ที่เราใช้งานสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้เท่านั้น เราก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไว้ใน Cloud ได้อย่างอิสระ อีกหนึ่งความน่าสนใจของการให้บริการรูปแบบ Cloud คือความประหยัดในเรื่องของค่าใช้จ่าย เนื่องจากผู้ให้บริการ Cloud นั้นจะใช้วิธีให้เรา “เช่า” พื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลที่เราต้องการ ทำให้เราไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการลงทุนเพื่อสร้าง Server ขึ้นมา การให้บริการแบบคลาวด์นั้นส่วนมากจะคิดค่าบริการตามพื้นที่ใช้งานจริงจากข้อมูลที่เรานำไปฝากเอาไว้ หากข้อมูลน้อยค่าใช้จ่ายก็จะน้อยตาม เหมาะสำหรับผู้ใช้บริการที่ไม่ต้องการเสียเงินให้กับการมีพื้นที่ที่มากเกินความจำเป็นในการใช้งานจริง นอกจากนี้แล้ว การใช้บริการ Cloud จะยังช่วยให้ความมั่นใจกับผู้ใช้บริการในเรื่องความปลอดภัยและการกู้คืนข้อมูลในกรณีที่เกิดปัญหา เนื่องจากการนำข้อมูลไปฝากไว้บน Cloud นั้น ผู้ให้บริการจำเป็นต้องดูแลรักษาข้อมูลเป็นอย่างดี มีการเข้ารหัสถูกป้องกันเอาไว้เพื่อความมั่นใจของผู้ใช้งาน อีกทั้งยังมีการ Back up ข้อมูลเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันเอาไว้ในที่ต่างๆอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อให้สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที ตัว  Cloud นั้นจะแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบด้วยกัน หลักๆคือ Infrastructure as a Service (IaaS) Platform as a Service (PaaS) Software as a Service (SaaS)       ในยุคปัจจุบันยังมีการนำรูปแบบการใช้งานของ Cloud มาใช้ร่วมกับอุปกรณ์ IoT หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Internet of Things โดยเจ้าอุปกรณ์ IoT นั้น หมายถึงอุปกรณ์อะไรก็ตามที่สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายและส่งสัญญาณเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ โดยมีแนวคิดหลักๆคือการให้อุปกรณ์สามารถทำงานได้ด้วยตัวเองโดยมนุษย์เข้าไปมีส่วนร่วมน้อยที่สุด Cloud ชนิดหนึ่งที่เราจะพูดถึงในวันนี้นั้นสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ IoT ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก  IoT Hub คือระบบคลาวด์ที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการสื่อสารและส่งต่อข้อมูลระหว่าง อุปกรณ์ IoT กับ ส่วนแสดงผล...

Read more →